Quote
Factory Buyer Rate Questions

บล็อก

การนำเข้าสุราในไต้หวัน: การตรวจสอบสินค้า พิธีการศุลกากร และข้อกำหนดในการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูง

12 Aug 2026

By Andy Wang     Photo:CANVA


สกี้ 2 รายการที่ยื่นในใบขนสินค้านำเข้าฉบับเดียวกัน อาจยังสามารถยื่นรวมอยู่ภายใต้คำขอตรวจสอบสินค้าเพียงฉบับเดียวได้ หากมีชื่อแบรนด์ แหล่งกำเนิด ปริมาณแอลกอฮอล์ ประเภทสินค้า และวัสดุบรรจุภัณฑ์เหมือนกัน แม้ว่าขนาดขวดจะแตกต่างกันก็ตาม

แต่หากเปลี่ยนสินค้าเป็น Brandy ผลลัพธ์อาจแตกต่างกัน Brandy สองรายการที่เป็นแบรนด์เดียวกันและมีแหล่งกำเนิดเดียวกัน โดยทั่วไปจะต้องยื่นคำขอตรวจสอบแยกกัน หากรายการหนึ่งมีแอลกอฮอล์ 40% ABV และอีกรายการมี 48% ABV ส่วนไวน์องุ่นมีข้อยกเว้นแยกต่างหาก และอาจยังสามารถจัดอยู่ในชุดตรวจสอบเดียวกันได้เมื่อความแตกต่างมีเพียงปริมาณแอลกอฮอล์

ความแตกต่างดังกล่าวอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยบนกระดาษ แต่สามารถส่งผลต่อการจัดชุดตรวจสอบ เอกสารประกอบ และลำดับขั้นตอนพิธีการศุลกากรที่จะตามมาได้ กฎของไต้หวันจะพิจารณาชื่อแบรนด์ แหล่งกำเนิด ปริมาณแอลกอฮอล์ ประเภทสินค้า และวัสดุบรรจุภัณฑ์ ก่อนที่จะพิจารณาว่าสินค้าสามารถจัดรวมอยู่ภายใต้คำขอเดียวกันได้หรือไม่

สำหรับผู้นำเข้า Whisky, Brandy, Gin, Rum, Vodka หรือ Liqueur งานที่สำคัญควรเริ่มต้นก่อนที่จะขอตารางเรือหรือขออัตราค่าระวาง แต่ละผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนเพียงพอ เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบ ตัวแทนออกของ และสายการขนส่งสามารถประเมินสินค้าโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานเดียวกัน

การนำเข้าสุรามักไม่ได้ล่าช้าเพียงเพราะเอกสารหนึ่งฉบับขาดหายไป แต่บ่อยครั้งเกิดจากข้อมูลสินค้าที่มีอยู่ยังไม่ละเอียดหรือชัดเจนเพียงพอ ทำให้หน่วยงานกำกับดูแล ตัวแทนออกของ และสายการขนส่งไม่สามารถสรุปข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันได้


1. ยืนยันผู้ประกอบการนำเข้าสุราที่ได้รับอนุญาตก่อนการจัดส่ง

การนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อการค้าเข้าสู่ไต้หวันจะต้องดำเนินการโดยผู้นำเข้าสุราที่ได้รับใบอนุญาต ภายใต้กฎการตรวจสอบสุรานำเข้าของไต้หวัน ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบจะต้องเป็นผู้นำเข้าสุราที่รับผิดชอบการนำเข้าสินค้านั้น

ผู้นำเข้าสามารถแต่งตั้งตัวแทนได้ ขณะที่ Freight Forwarder และ Customs Broker สามารถประสานงานด้านการขนส่งระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากรนำเข้า การส่งเอกสาร การตรวจสอบ และการปล่อยสินค้าได้ อย่างไรก็ตาม บริการเหล่านี้ไม่ได้เป็นการโอนความรับผิดชอบทางกฎหมายของผู้นำเข้า และ Freight Forwarder ไม่สามารถใช้แทนใบอนุญาตนำเข้าสุราที่กำหนดไว้ได้

สำหรับบริษัทที่นำเข้าสุราเป็นครั้งแรก คำถามแรกที่ควรพิจารณาจึงไม่ใช่ว่าสายการขนส่งใดมีอัตราค่าระวางต่ำที่สุด แต่คือ นิติบุคคลในไต้หวันที่มีคุณสมบัติและจะทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าสุราที่ได้รับใบอนุญาตสำหรับการจัดส่งครั้งนี้คือใคร

ซัพพลายเออร์อาจพร้อมที่จะจัดส่งสินค้าแล้ว ในขณะที่ฝั่งไต้หวันอาจยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าหรือยื่นคำขอตรวจสอบสินค้า


2. ชื่อสินค้าบนฉลากจากต่างประเทศไม่ใช่ประเภทสินค้าที่ต้องใช้ในการสำแดงในไต้หวัน

Whisky, Brandy, Gin, Rum, Vodka และ Liqueur เป็นชื่อทางการค้าที่คุ้นเคย อย่างไรก็ตาม สำหรับการนำเข้าไต้หวัน ประเภทสินค้าที่สำแดงยังคงต้องสะท้อนถึงส่วนประกอบที่แท้จริง วิธีการผลิต องค์ประกอบ และปริมาณแอลกอฮอล์ของสินค้า

ประเภทสินค้าของไต้หวันประกอบด้วย เบียร์ ไวน์ผลไม้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากธัญพืช เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตด้วยวิธีการหมักประเภทอื่น สุรากลั่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการปรุงแต่ง แอลกอฮอล์สำหรับประกอบอาหาร เอทิลแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่น ๆ

สุรากลั่นยังแบ่งย่อยออกเป็น Brandy, Whisky, สุรากลั่นใส (Clear Spirits), สุราข้าว (Rice Spirits) และสุรากลั่นประเภทอื่น ๆ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการปรุงแต่ง (Reprocessed Alcoholic Beverages) หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้เอทิลแอลกอฮอล์ที่บริโภคได้ แอลกอฮอล์ที่ผ่านการหมัก หรือสุรากลั่นเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน และมีการเติมส่วนผสมจากพืชหรือสัตว์ วัตถุดิบทางยา แร่ธาตุ หรือวัตถุเจือปนอาหาร โดยมีปริมาณสารสกัดถึงเกณฑ์ที่กำหนด

ความแตกต่างนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับ Liqueur, สุราสมุนไพร, Gin ที่มีการแต่งกลิ่นรส และผลิตภัณฑ์ Ready-to-Drink บางประเภทที่มีสุราเป็นส่วนประกอบ ชื่อภาษาอังกฤษที่อยู่ด้านหน้าฉลากอาจใช้เพื่อระบุสินค้าในทางการตลาด แต่ชื่อดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะกำหนดประเภทสินค้าที่ถูกต้องตามกฎของไต้หวัน

ชื่อสินค้าจากต่างประเทศเป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์ แต่ไม่สามารถใช้แทนการจำแนกประเภทสินค้าที่กำหนดตามกฎระเบียบของไต้หวันได้

หากสูตร ส่วนวิธีการผลิต และประเภทสินค้าที่สำแดงไม่สอดคล้องกัน ผลกระทบอาจครอบคลุมถึงรายการตรวจสอบ ภาษียาสูบและแอลกอฮอล์ ฉลากภาษาจีน และการสำแดงต่อศุลกากร


3. การจำแนกประเภทสินค้ามีผลต่อทั้งรายการตรวจสอบและชุดตรวจสอบ

ระบบตรวจสอบสุรานำเข้าของไต้หวันมุ่งเน้นด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของสินค้า แต่รายการตรวจสอบมาตรฐานจะแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า

โดยทั่วไป ไวน์องุ่นจะได้รับการตรวจสอบเรื่องซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ส่วน Whisky, Grape Brandy และสุรากลั่นส่วนใหญ่จะได้รับการตรวจสอบเรื่องเมทานอล สุรากลั่นใสจะได้รับการตรวจสอบเรื่องเมทานอลและตะกั่ว สุราข้าวจะได้รับการตรวจสอบเรื่องเมทานอล ตะกั่ว และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการปรุงแต่งจะได้รับการตรวจสอบเรื่องเมทานอลและตะกั่ว ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจเพิ่มรายการตรวจสอบอื่น ๆ หากลักษณะของสินค้า หรือข้อมูลด้านความปลอดภัยในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

กฎเกี่ยวกับชุดตรวจสอบเป็นอีกชั้นหนึ่งที่ต้องวางแผนสำหรับการจัดส่งที่มีสินค้าหลายรายการ

โดยปกติ สินค้าที่ถูกยื่นภายใต้ชุดตรวจสอบเดียวกันควรมีชื่อแบรนด์ แหล่งกำเนิด ปริมาณแอลกอฮอล์ ประเภทสินค้า และวัสดุบรรจุภัณฑ์เหมือนกัน ความแตกต่างที่มีเพียงความจุของขวด ข้อความระบุอายุ หรือ ปีผลิต อาจยังสามารถรวมอยู่ในชุดเดียวกันได้ ส่วนไวน์องุ่นมีข้อยกเว้นเพิ่มเติมที่อาจอนุญาตให้ใช้ระดับแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันภายในชุดเดียวกันได้

ดังนั้น Commercial Invoice และ Packing List ไม่ควรเพียงระบุว่า Whisky A, Whisky B หรือ Brandy C เท่านั้น แต่แต่ละรายการควรเชื่อมโยงข้อมูลของแบรนด์ แหล่งกำเนิด ประเภทสินค้า ABV ขนาดขวด วัสดุบรรจุภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลอายุหรือ Vintage ที่เกี่ยวข้อง

การใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะถูกจัดอยู่ในชุดตรวจสอบเดียวกันโดยอัตโนมัติ ประเภทสินค้าและปริมาณแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่หน่วยงานจะนำมาเปรียบเทียบจริง


4. เอกสารศุลกากรต้องครบถ้วนและสอดคล้องกัน

โดยทั่วไป การยื่นคำขอตรวจสอบสุรานำเข้าจะต้องใช้เอกสาร ได้แก่ แบบคำขอตรวจสอบ สำเนาใบขนสินค้านำเข้า แบบสำแดงข้อมูลพื้นฐานของสุรานำเข้า ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) แบบฉลากหรือฉลากตัวอย่าง และเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับกรณีนั้น ๆ นอกจากนี้ ยังต้องมีเอกสารแต่งตั้งตัวแทนเมื่อมีการยื่นคำขอผ่านตัวแทน

การมีเอกสารครบชุดเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น ในทางปฏิบัติ ข้อมูลในเอกสารทั้งหมดจะต้องสอดคล้องและบอกข้อมูลของสินค้าไปในทิศทางเดียวกันด้วย

Commercial Invoice และ Packing List ควรตรงกับข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ ประเภทสินค้า ABV แหล่งกำเนิด ผู้ผลิต ผู้นำเข้าในไต้หวัน ความจุขวด รหัสล็อตการผลิต และข้อมูลบนฉลาก

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายในไต้หวันจะต้องติดฉลากตามประเภทสินค้าที่เกี่ยวข้อง และสินค้านำเข้าจะต้องแสดงประเทศแหล่งกำเนิดสินค้า ปริมาณแอลกอฮอล์จะระบุเป็นเปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยสุรากลั่นสามารถมีค่าความคลาดเคลื่อนของการระบุฉลากได้บวกลบ 0.5 องศา นอกจากนี้ Vintage, ข้อความระบุอายุ หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) อาจจำเป็นต้องมีหลักฐานสนับสนุนจากประเทศต้นทางก่อนการสำแดงต่อศุลกากร

เอกสารที่ครบถ้วนไม่ได้หมายความว่าเอกสารนั้นถูกต้องเสมอไป หากชื่อสินค้า ABV แหล่งกำเนิด หรือประเภทสินค้าไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร ก็อาจยังจำเป็นต้องแก้ไข

ความไม่สอดคล้องดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้เสมอไปโดย Freight Forwarder หรือ Customs Broker หลังจากสินค้ามาถึงแล้ว ข้อมูลบางรายการยังจำเป็นต้องมีหลักฐานจากผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก และทางเลือกในการแก้ไขมักจะมีจำกัดมากขึ้นเมื่อสินค้าอยู่ระหว่างการขนส่งแล้ว


5. สุรากลั่นและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการปรุงแต่งมีการจัดเก็บภาษีแตกต่างกัน

การจำแนกประเภทสินค้ายังมีผลต่อการจัดเก็บภาษียาสูบและแอลกอฮอล์ของไต้หวันด้วย

ภายใต้กฎปัจจุบัน สุรากลั่นจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา NT$2.5 ต่อลิตรต่อระดับแอลกอฮอล์แต่ละองศา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการปรุงแต่งซึ่งมี ABV สูงกว่า 20% จะถูกจัดเก็บภาษี NT$185 ต่อลิตร ส่วนสินค้าที่มี ABV ไม่เกิน 20% จะถูกจัดเก็บภาษี NT$7 ต่อลิตรต่อระดับแอลกอฮอล์แต่ละองศา

Whisky ที่เป็นสุรากลั่นโดยตรง และผลิตภัณฑ์ผสมที่ทำโดยการเติมน้ำตาล สารแต่งกลิ่นรส หรือพืชสมุนไพร อาจใช้ขวด รูปแบบแบรนด์ และระดับแอลกอฮอล์ที่ใกล้เคียงกัน แต่สินค้าทั้งสองอาจถูกจัดอยู่ในประเภทสินค้าที่แตกต่างกันและใช้วิธีคำนวณภาษีแตกต่างกัน

นอกจากนี้ อาจมีอากรขาเข้าและภาษีธุรกิจของไต้หวันด้วย โดยพิกัดศุลกากรและอัตราภาษีสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของสินค้า แหล่งกำเนิด และการพิจารณาของศุลกากร

ความแตกต่างระหว่างสุรากลั่นและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการปรุงแต่งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของชื่อสินค้าเท่านั้น แต่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการตรวจสอบ การติดฉลาก และการจัดเก็บภาษีของสินค้านำเข้าได้


6. การขนส่งสินค้าที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงขึ้นอยู่กับปัจจัยมากกว่าปริมาณแอลกอฮอล์

Whisky, Brandy, Gin, Rum และสุราอื่น ๆ โดยทั่วไปมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์ ดังนั้น การขนส่งระหว่างประเทศจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาแยกต่างหากเกี่ยวกับการจำแนกประเภทสินค้าอันตราย บรรจุภัณฑ์ และเงื่อนไขการรับสินค้าของสายการขนส่งแต่ละราย

สินค้าอันตรายที่บรรจุหีบห่อและขนส่งทางทะเลอยู่ภายใต้ International Maritime Dangerous Goods Code ฉบับปี 2024 ซึ่งรวมถึง Amendment 42-24 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ส่วนการขนส่งทางอากาศจะต้องพิจารณาตาม IATA Dangerous Goods Regulations ฉบับที่ 67 สำหรับปี 2026

ABV เป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ความจุของขวด บรรจุภัณฑ์ชั้นใน รูปแบบการขนส่ง ประเทศต้นทาง จุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า และนโยบายของสายการขนส่งทางทะเล สายการบิน ผู้ให้บริการ Express หรือคลังสินค้ารวมสินค้า ล้วนสามารถส่งผลต่อการรับสินค้าและข้อกำหนดด้านเอกสารได้

กฎการขนส่งทางอากาศอาจมีข้อยกเว้นสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่ภายในขอบเขต ABV และข้อจำกัดด้านบรรจุภัณฑ์ชั้นในที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องตรวจสอบว่าข้อยกเว้นนั้นใช้ได้กับกฎปัจจุบัน รายละเอียดของสินค้าจริง และข้อกำหนดเพิ่มเติมของผู้ให้บริการหรือไม่ เงื่อนไขของสายการขนส่งอาจเข้มงวดกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมาย เช่น อาจกำหนดให้มีการอนุมัติบัญชีขนส่ง ข้อตกลงการขนส่งแอลกอฮอล์ Safety Data Sheet หรือการตรวจสอบล่วงหน้า

สถานการณ์ที่พบได้ในการดำเนินงานคือ สายการขนส่งทางทะเลยอมรับเส้นทางแล้ว แต่คลังสินค้าที่ต้นทางซึ่งทำหน้าที่รวมสินค้ายังคงขอ Safety Data Sheet, ABV, ความจุขวด หรือข้อมูลจำเพาะของสินค้า ขณะที่สินค้าทางอากาศอาจผ่านเกณฑ์ทางเทคนิคทั่วไป แต่ยังคงต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าเนื่องจากข้อจำกัดด้านบัญชีลูกค้า เส้นทาง หรือการจัดการสินค้าภาคพื้นดิน

การจำแนกประเภทตามกฎระเบียบและการยอมรับสินค้าของสายการขนส่งเป็นการตัดสินใจสองเรื่องที่แยกจากกัน

เมื่อเปรียบเทียบกับไวน์ Whisky, Brandy และสุรากลั่นอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้เปิดบรรจุภัณฑ์โดยทั่วไปมีความคงตัวค่อนข้างดี และโดยปกติไม่ได้กำหนดให้ต้องขนส่งในตู้ควบคุมอุณหภูมิเป็นข้อกำหนดมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องพิจารณาความร้อน แสงแดดโดยตรง และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรุนแรง เมื่อของเหลวมีอุณหภูมิสูงขึ้นและขยายตัว อาจส่งผลให้เกิดการรั่วซึม ความเสียหายต่อฝาปิด หรือการแตกของขวดได้ ความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิควรประเมินจากคำแนะนำในการจัดเก็บของผู้ผลิต สูตรของสินค้า ฤดูกาลและเส้นทาง ระยะเวลาการขนส่งและการพักสินค้า รวมถึงเงื่อนไขประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น จึงไม่ควรจำแนกประเภทหรือจองระวางสุราโดยพิจารณาจากชื่อสินค้าหรือ ABV เพียงอย่างเดียว ก่อนที่สินค้าจะเข้าสู่คลังสินค้า ผู้นำเข้าและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ควรยืนยันความจุขวด บรรจุภัณฑ์ ข้อมูลจำเพาะของสินค้า เงื่อนไขการจัดเก็บ และข้อกำหนดการรับสินค้าจริงของสายการขนส่ง


7. เมื่อหนึ่ง Shipment มีสุราหลายประเภท ควรแยกข้อมูลตามสินค้าแต่ละรายการ

“หนึ่ง Shipment ของ Whisky ไปไต้หวัน” อาจระบุสินค้าและปลายทางได้ แต่โดยทั่วไปยังมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการยืนยันเรื่องการตรวจสอบ พิธีการศุลกากร และการจัดการขนส่ง

หนึ่ง Shipment อาจประกอบด้วยหลายแบรนด์ หลายแหล่งกำเนิด หลายระดับ ABV หลายขนาดขวด หลาย Vintage และหลายประเภทสินค้า ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดด้านการจัดซื้อหรือการบริหารสินค้าคงคลังเท่านั้น แต่สามารถส่งผลโดยตรงต่อชุดตรวจสอบ ฉลากภาษาจีน การจัดเก็บภาษี และการยอมรับสินค้าของสายการขนส่ง

ก่อนการจองระวางและการสำแดงศุลกากร ผู้นำเข้าควรจัดเตรียมข้อมูลต่อไปนี้สำหรับสินค้าแต่ละรายการ:

  1. ชื่อสินค้าเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน พร้อมชื่อแบรนด์
  2. ส่วนประกอบ วิธีการผลิต และประเภทสินค้าที่เสนอให้ใช้ในการสำแดงในไต้หวัน
  3. ประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าและผู้ผลิต
  4. ปริมาณแอลกอฮอล์โดยปริมาตร (ABV) และความจุของขวด
  5. จำนวนขวดต่อกล่อง จำนวนกล่องทั้งหมด น้ำหนักรวม และปริมาตร
  6. วัสดุของขวดและบรรจุภัณฑ์ภายนอก
  7. ข้อความระบุอายุ Vintage และรหัสล็อตการผลิต
  8. Safety Data Sheet หรือข้อมูลจำเพาะของสินค้า
  9. Certificate of Origin และแบบฉลาก
  10. ชื่อและสถานะใบอนุญาตของผู้นำเข้าในไต้หวัน
  11. ข้อกำหนดด้านการขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศ รวมถึงบริการ Full Container Load (FCL) หรือ Less-than-Container Load (LCL) หากเกี่ยวข้อง
  12. วันที่วางแผนจัดส่งและสถานที่ปลายทางในไต้หวัน

ข้อมูลของสินค้าแต่ละรายการควรแยกออกจากกัน แทนที่จะอธิบายทั้ง Shipment เพียงว่าเป็น “Spirits” หรือ “Whisky”

รหัสสินค้า (Internal Product Codes) สามารถช่วยจัดระเบียบข้อมูลสินค้าคงคลังของผู้นำเข้าได้ แต่ไม่ควรใช้แทนชื่อสินค้าแบบเต็ม ABV ความจุขวด แหล่งกำเนิด และประเภทสินค้าตามกฎระเบียบ ซึ่งต้องจัดเตรียมให้ Freight Forwarder, Customs Broker และหน่วยงานตรวจสอบ

ตัวอย่างเช่น Whisky สองรายการที่เป็นแบรนด์เดียวกันอาจสามารถจัดอยู่ในชุดตรวจสอบเดียวกันได้ หากความแตกต่างมีเพียงขนาดขวด ขณะที่ Brandy สองรายการที่เป็นแบรนด์เดียวกันอาจต้องยื่นคำขอแยกกัน หากมี ABV แตกต่างกัน


บทสรุป: ข้อมูลสินค้าที่ชัดเจนช่วยสนับสนุนการตรวจสอบ พิธีการศุลกากร และการตัดสินใจด้านการขนส่ง

Whisky, Brandy, Gin, Rum และ Liqueur อาจเรียกรวมกันอย่างกว้าง ๆ ว่า “Spirits” ในการสนทนาทางการค้า แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการนำเข้าของไต้หวัน หน่วยงานกำกับดูแลและสายการขนส่งจำเป็นต้องแยกแยะเงื่อนไขเฉพาะของสินค้าแต่ละรายการ

การจำแนกประเภทสินค้าสามารถส่งผลต่อรายการตรวจสอบ ชุดตรวจสอบ รายละเอียดบนฉลาก ภาษียาสูบและแอลกอฮอล์ รวมถึงการจัดการขนส่งระหว่างประเทศ

การเตรียมการที่เป็นประโยชน์ที่สุดไม่ใช่การสร้าง Checklist ทั่วไปที่ยาวขึ้น แต่คือการจัดทำข้อมูลสินค้าแต่ละรายการให้ครบถ้วนและสอดคล้องกัน โดยครอบคลุมชื่อสินค้า วิธีการผลิต ABV ความจุขวด บรรจุภัณฑ์ และเอกสารประกอบ

เมื่อสามารถระบุสินค้าได้อย่างถูกต้อง การตรวจสอบ พิธีการศุลกากร และการตรวจสอบของสายการขนส่งจะมีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจน แต่เมื่อสินค้าหลายรายการถูกลดทอนเหลือเพียงคำอธิบายว่า “Alcohol” หรือ “Spirits” การจัดส่งนั้นอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินงานแรก

 

ขอขอบคุณหากคุณสามารถแบ่งปันบล็อก TGL ในหมู่เพื่อนของคุณที่สนใจข้อมูลตลาดโดยตรงของโซ่อุปทานและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่อัปเดต

Get a Quote Go Top