Quote
Factory Buyer Rate Questions

บล็อก

เจาะลึกการรับรอง BIS กุญแจสำคัญที่ต้องมีเพื่อเข้าสู่ตลาดอินเดีย

31 Jul 2026

By Carol Wu    Photo:CANVA


ในภูมิทัศน์การค้าโลกปัจจุบัน อินเดียซึ่งมีประชากรจำนวนมหาศาลและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการจากต่างประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดอินเดียนั้นขึ้นชื่อว่ามีความซับซ้อน โดยหนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญที่สุดคือ การรับรอง BIS (BIS Certification)

สำหรับบริษัทที่วางแผนส่งออกสินค้าไปยังอินเดีย การรับรอง BIS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องพิสูจน์คุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็น "ใบผ่านทาง" ตามกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการผ่านพิธีการศุลกากรและการเข้าสู่ตลาดจำหน่ายในอินเดียอย่างถูกต้อง

I. การรับรอง BIS คืออะไร?

BIS (Bureau of Indian Standards) คือหน่วยงานมาตรฐานแห่งชาติของอินเดีย ซึ่งเป็นองค์กรตามกฎหมายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงกิจการผู้บริโภค อาหาร และการกระจายสินค้า (Ministry of Consumer Affairs, Food and Public Distribution) ตามกฎหมายของอินเดีย สินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าซึ่งต้องได้รับการรับรองภาคบังคับ จะต้องได้รับการอนุมัติจาก BIS และแสดงเครื่องหมายรับรองที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะสามารถจำหน่ายในตลาดอินเดียหรือผ่านพิธีการศุลกากรได้ หากสินค้ามาถึงท่าเรือโดยไม่มีใบรับรองที่ถูกต้อง อาจเผชิญกับผลทางกฎหมายที่รุนแรง เช่น การยึดสินค้า การริบสินค้า หรือแม้กระทั่งการถูกส่งกลับประเทศต้นทาง

II. รูปแบบหลักของการรับรอง BIS

BIS ได้กำหนดระบบการรับรองหลักไว้ 2 รูปแบบ โดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยงและลักษณะของสินค้าแต่ละประเภท

1. Compulsory Registration Scheme (CRS)

เป็นรูปแบบการรับรองที่พบมากที่สุดสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

ขอบเขตของสินค้า: ครอบคลุมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เช่น แล็ปท็อป โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ หลอดไฟ LED อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น

หลักการรับรอง: ใช้หลักการ "การรับรองโดยผู้ผลิต (Self-Declaration)" โดยผู้ผลิตต้องส่งสินค้าตัวอย่างไปทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ BIS รับรองในประเทศอินเดีย

ลักษณะสำคัญ: ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบโรงงานโดยเจ้าหน้าที่อินเดีย การพิจารณาจะเน้นที่รายงานผลการทดสอบและเอกสารทางเทคนิคเป็นหลัก โดยใบรับรองมักมีอายุ 2 ปี

2. ISI Mark Scheme (Product Certification Scheme)

เป็นระบบการรับรองที่เก่าแก่ที่สุดและมีความเข้มงวดมากที่สุด ใช้กับวัสดุพื้นฐานและสินค้าที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง

ขอบเขตของสินค้า: ผลิตภัณฑ์เหล็ก สายไฟและสายเคเบิล เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (เช่น เครื่องปรับอากาศ หม้อหุงข้าว) ยางรถยนต์ ปูนซีเมนต์ และสารเคมีบางประเภท

หลักการรับรอง: ต้องดำเนินการทั้ง "การตรวจสอบโรงงาน + การทดสอบตัวอย่างสินค้า" โดยเจ้าหน้าที่ BIS จะเดินทางไปตรวจสอบโรงงานผลิต ทำการปิดผนึกตัวอย่างสินค้า และส่งไปยังห้องปฏิบัติการในอินเดียเพื่อทำการทดสอบ

ลักษณะสำคัญ: ใช้ระยะเวลาดำเนินการนาน มีค่าใช้จ่ายสูง และมีข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับระบบควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิต

III. ประเด็นสำคัญด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ

มีหลายประเด็นสำคัญในกระบวนการรับรอง BIS ที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และความเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมาย

1. การแต่งตั้งผู้แทนที่ได้รับอนุญาตในอินเดีย (Authorized Indian Representative: AIR)

ผู้ผลิตจากต่างประเทศต้องแต่งตั้งบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีถิ่นพำนักอยู่ในอินเดียให้เป็น Authorized Indian Representative (AIR) เมื่อยื่นขอการรับรอง BIS โดย AIR จะทำหน้าที่แทนผู้ผลิตในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดข้อพิพาทด้านคุณภาพสินค้า ดังนั้น การเลือก AIR ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นมืออาชีพจึงเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

2. การจัดส่งตัวอย่างสินค้าและพิธีการศุลกากรข้ามพรมแดน

ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการรับรอง จำเป็นต้องจัดส่งตัวอย่างสินค้าไปยังห้องปฏิบัติการในประเทศอินเดีย

ความท้าทายด้านโลจิสติกส์: สินค้าควบคุมหลายประเภท (เช่น แบตเตอรี่ลิเธียม) ถูกจัดเป็นสินค้าอันตราย และศุลกากรอินเดียจะตรวจสอบตัวอย่างสินค้าที่ไม่มีใบรับรองอย่างเข้มงวด

ข้อควรคำนึง: ต้องสำแดงสินค้าตัวอย่างให้ถูกต้องภายใต้วัตถุประสงค์ "Sample for Testing" และควรจัดเตรียมหนังสือรับรองการรับตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการผ่านพิธีการศุลกากร

3. ข้อกำหนดด้านการติดฉลากและเครื่องหมายรับรอง

หลังจากได้รับการรับรองแล้ว ตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ภายนอกจะต้องแสดงเครื่องหมาย BIS ตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้

ข้อมูลที่ต้องแสดง: ต้องระบุเลขมาตรฐานอินเดีย (IS Standard) ที่เกี่ยวข้อง เลขทะเบียนการรับรอง และข้อความตามที่กฎหมายกำหนด

ความเสี่ยงด้านศุลกากร: ในระหว่างการตรวจสอบสินค้านำเข้า หากศุลกากรอินเดียพบว่าเครื่องหมาย BIS มีขนาดไม่ถูกต้อง ติดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือมีข้อมูลไม่ครบถ้วน แม้ว่าสินค้าจะมีใบรับรองที่ถูกต้อง ก็อาจถูกกักสินค้าไว้และต้องติดฉลากใหม่ ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า (Warehousing Cost) เพิ่มขึ้นอย่างมาก

IV. ขั้นตอนพื้นฐานในการขอรับรอง BIS

ตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ในข่ายบังคับหรือไม่: เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบว่าสินค้าของคุณอยู่ในบัญชีสินค้าที่ต้องได้รับการรับรองจาก BIS หรือไม่ และระบุหมายเลขมาตรฐานอินเดีย (IS Standard) ที่เกี่ยวข้อง

จัดเตรียมเอกสาร: รวบรวมคู่มือสินค้า ข้อมูลจำเพาะ (Specification) แบบป้ายชื่อสินค้า (Nameplate Drawing) หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท และเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น

ทดสอบตัวอย่างสินค้า: ส่งตัวอย่างสินค้าไปยังห้องปฏิบัติการในอินเดียที่ได้รับการรับรองจาก NABL เพื่อดำเนินการทดสอบด้านความปลอดภัยอย่างครบถ้วน

ยื่นคำขอ: เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว ให้ผู้แทนที่ได้รับอนุญาตในอินเดีย (AIR) ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและรายงานผลการทดสอบผ่านระบบออนไลน์ของ BIS

การพิจารณาและออกใบรับรอง: เจ้าหน้าที่ BIS จะตรวจสอบเอกสาร และหากเป็นไปตามข้อกำหนด จะออกใบรับรองพร้อมหมายเลขทะเบียน

ติดฉลาก: ก่อนการจัดส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ ต้องพิมพ์หรือติดเครื่องหมาย BIS หมายเลขใบอนุญาต และเลขมาตรฐานบนสินค้าให้ชัดเจน

V. ข้อแนะนำด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับผู้ส่งออก

เผื่อระยะเวลาดำเนินการให้เพียงพอ: ระยะเวลาในการขอรับรอง BIS ได้รับผลกระทบจากตารางการทดสอบของห้องปฏิบัติการ ระยะเวลาการผ่านพิธีการศุลกากร และความรวดเร็วในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ BIS โดยระบบ CRS มักใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ส่วนระบบที่ต้องตรวจสอบโรงงานอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือนหรือมากกว่า ผู้ประกอบการควรเริ่มดำเนินการขอรับรองล่วงหน้า 3–6 เดือนก่อนการจัดส่งสินค้า และอาจพิจารณาใช้บริการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยดำเนินการในกรณีที่กระบวนการมีความซับซ้อน

ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบในอินเดีย: สำนักมาตรฐานอินเดีย (BIS) มีการออกประกาศเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องได้รับการรับรองภาคบังคับอยู่เป็นระยะ ตัวอย่างสินค้าที่มีแผนจะเพิ่มในปี 2026 ได้แก่

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า: สมาร์ตวอทช์ ไดรเวอร์สำหรับหลอด LED และชิ้นส่วนสำหรับระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • สินค้าอุปโภคบริโภค: ขยายขอบเขตการรับรองสำหรับของเล่นเด็กและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก
  • วัสดุก่อสร้าง: มาตรฐานใหม่สำหรับเหล็กเส้น สายไฟและสายเคเบิล และปูนซีเมนต์
  • ชิ้นส่วนยานยนต์: ชิ้นส่วนสำหรับรถจักรยานยนต์และรถสามล้อ

ควรใช้ HS Code เพื่อตรวจสอบว่าการส่งออกแต่ละครั้งต้องได้รับการรับรอง BIS หรือไม่ และติดตามประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ bis.gov.in

ตรวจสอบความสอดคล้องของเอกสาร: ในการส่งออก ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารายละเอียดสินค้าบน ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading: B/L) ใบกำกับการค้า (Commercial Invoice) และบัญชีรายละเอียดการบรรจุสินค้า (Packing List) ตรงกับข้อมูลในใบรับรอง BIS ทุกประการ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบเพิ่มเติมจากศุลกากร

VI. สรุป

การรับรอง BIS ไม่เพียงเป็นกลไกที่อินเดียใช้ในการคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศและยกระดับคุณภาพสินค้าในตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อปฏิบัติตามกฎหมายการค้าระหว่างประเทศที่ผู้ส่งออกไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกไปยังอินเดีย การก้าวผ่าน "เกณฑ์ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด" นี้ จะช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจในตลาดอินเดียได้อย่างมั่นคงมากขึ้น และเปลี่ยนความท้าทายในระยะสั้นให้กลายเป็นข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึงตลาดในระยะยาว

 

ขอขอบคุณหากคุณสามารถแบ่งปันบล็อก TGL ในหมู่เพื่อนของคุณที่สนใจข้อมูลตลาดโดยตรงของโซ่อุปทานและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่อัปเดต

Get a Quote Go Top