วิธีนำเข้าเครื่องจักรเฉพาะทางอย่างมีประสิทธิภาพ: กรณีศึกษาจากประสบการณ์จริง

By Jerry Yang Photo:CANVA
1. ทำไมการนำเข้าเครื่องจักรใหญ่มักไป “ติดอยู่กลางทาง”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตในจีนเร่งตัวขึ้น หลายบริษัทจึงนำเข้าเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงและสายการผลิตจากยุโรปและญี่ปุ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในหน้างานจริง หลายๆองค์กรกลับพบว่าการสั่งซื้อเครื่องจักรนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่การดำเนินการนำเข้าให้สำเร็จต่างหากที่เป็นความท้าทายที่แท้จริง
ปัญหาที่ลูกค้าหลายๆเจ้าเล่าให้ฟังว่าพบกับบ่อยๆจะ ได้แก่:
- เครื่องจักรมีขนาดใหญ่แถมยังมีส่วนประกอบเยอะมาก ยากต่อการประสานงานขนส่งและพิธีการศุลกากร
- มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อน ทำให้ข้อมูลที่ต้องสำแดงไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกัน
- การประเมินระเบียบข้อบังคับหรือเงื่อนไขการตรวจสอบไว้ต่ำเกินไปเนื่องจากขาดประสบการณ์
- การวางกำหนดการที่ตายตัว ซึ่งเมื่อการเคลียร์สินค้าเกิดความล่าช้าก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการติดตั้งและการผลิต
ในกรณีศึกษานี้ ลูกค้าเป็นบริษัทผู้ผลิตที่นำเข้าเครื่องจักรทั้งระบบจากยุโรปเป็นครั้งแรก สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดไม่ใช่เรื่องภาษี แต่คือการที่เครื่องจักรจะสามารถนำเข้า เคลียร์สินค้า และจัดส่งได้ตรงตามกำหนดการ โดยที่ยังถูกต้องตามกฎหมายและควบคุมไม่ให้เกิดความเสี่ยงใดๆได้หรือไม่
2. นตอนการดำเนินงาน: จากโรงงานต้นทางถึงการส่งมอบหน้างาน
เนื่องจากสินค้ามีมูลค่าสูง มีเวลาจำกัดและไม่สามารถเกิดความผิดพลาดได้ เราจึงใช้กลยุทธ์ที่เน้น “การประเมินล่วงหน้าและควบคุมเป็นระยะ” ดังนี้:
1) การประเมินก่อนเริ่มโครงการและการวางแผนนำเข้า
ก่อนเครื่องจักรจะออกจากโรงงาน ทีมงานของเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนการวางแผน ตรวจสอบทั้งรายการเครื่องจักร คำอธิบายหน้าที่การทำงาน และเอกสารทางเทคนิค ยืนยันพิกัดศุลกากร (HS codes) ข้อกำหนดทางกฎหมาย และเงื่อนไขการตรวจสอบไว้ล่วงหน้า เพื่อเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่จะต้องมาแก้ไขปัญหาหน้างานหลังจากสินค้ามาถึงปลายทางแล้ว
2) การขนส่งจากต่างประเทศและกลยุทธ์การทยอยนำเข้า
เมื่อพิจารณาจากขนาดสินค้าและข้อจำกัดในการขนส่ง เราจึงออกแบบแผนการขนส่งแบบค่อยๆทยอยส่งเป็นงวดๆ ควบคู่ไปกับการทำใบขนสินค้าแบบรวมชุด เพราะวิธีนี้สมดุลทั้งในแง่ของต้นทุนค่าขนส่งและประสิทธิภาพในการดำเนินพิธีการทางศุลกากร โดยให้ความสำคัญกับการมาถึงของเครื่องจักรตัวหลักก่อน
3) การจัดการที่ท่าเรือและการประสานงานหน้างาน
เมื่อสินค้ามาถึง เราดำเนินการแลกใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading) รับสินค้า และเดินเรื่องผ่านพิธีการศุลกากร ประสานงานเตรียมรถเครนและนัดหมายการตรวจสอบล่วงหน้าไปตามลักษณะของเครื่องจักร เพื่อป้องกันความล่าช้าที่ท่าเรือที่อาจเกิดจากการเตรียมตัวไม่พร้อม
4) การดำเนินพิธีการศุลกากรและการส่งมอบโครงการ
หลังจากศุลกากรปล่อยสินค้า เครื่องจักรจะถูกส่งไปยังโรงงานของลูกค้าเป็นระยะๆ ตามกำหนดการการติดตั้ง เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่การเคลียร์สินค้าไปจนถึงการติดตั้งหน้างานเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีการปล่อยให้เวลาสูญเปล่า
ผลลัพธ์คือ กระบวนการนำเข้าทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่เกิดค่า Demurrage เพิ่มเติม และไม่มีผลกระทบต่อแผนการติดตั้งหรือการผลิตของลูกค้า
3. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและกรณีที่เป็นปัญหา (NG) ในการนำเข้าเครื่องจักร
กรณีที่ 1: เอกสารทางเทคนิคไม่เพียงพอ
การนำเข้าเครื่องจักรมักต้องการคำอธิบายหน้าที่การทำงานและพารามิเตอร์ทางเทคนิคโดยละเอียด หากเอกสารไม่ครบหรือไม่สอดคล้องกัน
กรณีที่ 2: ขาดการประสานงานระหว่างการขนส่งและศุลกากร
หากแผนการขนส่งเน้นแค่เรื่องการนำของขึ้นรถ/เรือ แต่ไม่ได้คำนึงถึงการยกขนที่ท่าเรือหรือเงื่อนไขการตรวจปล่อยสินค้า ปัญหามักจะปรากฏขึ้นมาให้เห็นเมื่อสินค้าไปถึงแล้วเท่านั้นจนแก้ไขอะไรไม่ทัน
กรณีที่ 3: การยืนยันระเบียบข้อบังคับล่าช้าเกินไป
บางบริษัทอาจจะเพิ่งมาพบว่ามีหัวข้อที่ต้องผ่านการตรวจสอบหรือต้องเป็นไปตามระเบียบเฉพาะทางก็หลังจากเครื่องจักรไปถึงแล้ว ทำให้โครงการต้องหยุดชะงักซึ่งทำให้เสียเวลาและมีความเสียหายมากกว่าที่คำนวนไว้มากเมื่อเทียบกับการคำนวณตอนแรกที่คำนึงถึงแค่ภาษี
4. คำแนะนำในทางปฏิบัติ: ลองเปลี่ยนให้การนำเข้าเครื่องจักรเป็นเรื่องเราสามารถคาดการณ์และควบคุมได้
ใช้แนวทางการวางแผนนำเข้าแบบบริหารโครงการ (Project-Based):
ไม่เหมือนกับสินค้าทั่วไป การนำเข้าเครื่องจักรควรผ่านการวางแผนที่เป็นระบบ โดยคำนึงถึงแนวทางที่ว่า การวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆนั้นดีกว่าการไล่ตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภายหลัง
มองกระบวนการทั้งหมดให้เป็นองค์เดียวตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End
มองการขนส่ง ศุลกากร การตรวจสอบ และการส่งมอบให้เป็นกระบวนการเดียวกัน กำจัดเวลาที่ต้องรอคอยระหว่างขั้นตอนต่างๆ
ปรึกษาทีมนำเข้าที่มีประสบการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ
ดึงผู้ให้บริการด้านการนำเข้า ให้มาร่วมตรวจสอบตั้งแต่ตอนที่สรุปรายการเครื่องจักรและเอกสารเทคนิค จะช่วยระบุความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และจัดการกันตั้งแต่เนิ่นๆได้ป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลาย
เผื่อเวลาสำรองสำหรับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้:
กำหนดระยะเวลาในโครงการทให้สมเหตุสมผลและจำเป็นต้องมีการเผื่อเวลาสำหรับแผนสำรอง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ขอขอบคุณหากคุณสามารถแบ่งปันบล็อก TGL ในหมู่เพื่อนของคุณที่สนใจข้อมูลตลาดโดยตรงของโซ่อุปทานและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่อัปเดต