การจัดวางและรัดตรึงสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ แท้จริงแล้วคือบททดสอบกึ๋นของเราดีๆนี่เอง

By Patty Chen Photo:CANVA
ในด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ลูกค้ามักจะถามคำถามเดิมๆอยู่บ่อยๆว่า:เราสามารถนำสินค้าจากต่างโรงงานกันมารวมกันแล้วส่งไปในตู้คอนเทนเนอร์ตู้เดียวได้ไหม?
ในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ การโหลดตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มเติม (Add-on) เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก
หลายๆคนชอบทึกทักกันเอาเองว่ามันก็แค่แบบ “ถ้ายังมีที่ว่างในตู้คอนเทนเนอร์ ก็แค่เพิ่มกล่องเข้าไปอีกสองสามกล่อง”
การดำเนินการโหลดสินค้าเพิ่มเติมในตู้คอนเทนเนอร์ (CY + CFS) จึงเป็นบททดสอบกึ๋นของคุณ
แต่เอาเข้าจริง คนที่เคยจัดการเรื่องนี้จะรู้กันดีว่า การดำเนินการโหลดสินค้าเพิ่มเติมในตู้นั้นไม่ใช่เรื่องของพื้นที่เพียงอย่างเดียว
แต่มันต้องใช้ทั้งกึ๋นของคุณ และการสื่อสารที่ดี ภายใต้แรงกดดันด้านเวลาอีกตั้งหาก
________________________________________
หนึ่งผู้รับสินค้า, หลายโรงงาน
ในงานโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ การรวบรวมสินค้าจากหลายๆโรงงานเพื่อส่งให้ผู้รับสินค้ารายเดียวกันเป็นรูปแบบการขนส่งที่พบได้บ่อยมาก เมื่อดู
ถ้ามองผ่านๆ อาจจะฟังเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ
เพราะผู้รับสินค้าก็คือคนเดียวกัน แค่ต้องรวมสินค้าจากโรงงานต่างๆ เข้าไปเป็นตู้เดียว แถมช่วยลดต้นทุนค่าระวางและทำให้เราใช้พื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์ให้ได้คุ้มค่าที่สุด
แต่อันนั้นคือในกระดาษครับ เพราะในงานจริง เรื่องท้าทายมันไม่ได้อยู่ที่การโหลดสินค้าเข้าตู้ แต่อยู่ที่การประสานงานและการบริหารจัดการเวลาต่างหาก
________________________________________
ทำไมลูกค้าถึงชอบการจัดส่งแบบรวมสินค้า?
ในมุมมองของลูกค้า ประโยชน์มันชัดเจนอยู่แล้ว เช่น
• ลดต้นทุนค่าระวาง
• ลดขั้นตอนการพิธีการศุลกากรและการรับสินค้า
• ง่ายต่อการรับสินค้าเข้าคลังและการจัดการสินค้าคงคลัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีโรงงานหลายแห่งส่งสินค้ามาให้กับผู้ซื้อรายเดียว การขนส่งทุกอย่างรวมมาในตู้คอนเทนเนอร์เดียวก็มักจะเป็นทางเลือกที่ประหยัดที่สุด
อย่างไรก็ตาม การจัดการแบบนี้แหละที่ต้องอาศัยการประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอดห่วงโซ่โลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
________________________________________
ปัญหาที่มักจะเจอกันเป็นปกติในหน้างานจริง
1. กำหนดการผลิตสินค้าแตกต่างกัน
พอโรงงานแห่งหนึ่งล่าช้า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ก็อาจจะต้องรอ
ณ จุดๆนี้ ทีมโลจิสติกส์ต้องเริ่มตัดสินใจแล้วว่า:
ควรรอให้สินค้าทั้งหมดพร้อมก่อน หรือควรจะแยกของชิ้นั้นไปรอบอื่นดี?
2. การประสานงานด้านเอกสาร
โรงงานที่แตกต่างกันมักจะให้ข้อมูลการจัดส่งที่แตกต่างกัน เช่น:
• รายละเอียดสินค้า
• น้ำหนัก
• จำนวนกล่อง
• บรรจุภัณฑ์
หากข้อมูลไม่สอดคล้องกัน อาจส่งผลกระทบต่อการออกใบขนสินค้าขาออกและใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading) ได้
เพราะไอ้สิ่งที่ดูเหมือนงานเอกสารธรรมดาๆนี่แหละ ที่จริงๆแล้วคือหัวใจสำคัญของกระบวนการโลจิสติกส์นี้เลย
3. ลำดับการโหลดสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์
หากสินค้าประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน หรือจำเป็นต้องแยกกันไปจัดการที่ปลายทาง
ลำดับการโหลดภายในตู้คอนเทนเนอร์ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการนำสินค้าออกในภายหลัง
หากรายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ปัญหามันก็อาจจะไปเกิดขึ้นในช่วงขั้นตอนสุดท้ายของการขนส่งได้
________________________________________
คุณค่าของโลจิสติกส์อยู่ที่การบูรณาการ
การจัดส่งสินค้าจากหลายโรงงานไปยังผู้รับสินค้ารายเดียวกันนั้น โดยเนื้อแท้แล้วคือการบูรณาการรูปแบบหนึ่ง
คุณค่าของงานโลจิสติกส์ไม่ใช่แค่เรื่องการจองระวางหรือการจัดหารถ
แต่มันคือการประสานงานให้สินค้าจากโรงงานที่ต่างกันและออกมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน สามารถจัดส่งร่วมกันได้อย่างราบรื่น
การดำเนินการโหลดสินค้าเพิ่มเติมในตู้คอนเทนเนอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวิธีการรวบรวมสินค้าเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการที่การจัดส่งนั้นยังสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นหลังจากการรวบรวมสินค้าแล้วหรือไม่
เบื้องหลังของการขนส่งในแต่ละครั้ง จึงต้องมีผู้คนมากมายที่ต้องมาทำงานร่วมกันเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นนั่นเอง!
ขอขอบคุณหากคุณสามารถแบ่งปันบล็อก TGL ในหมู่เพื่อนของคุณที่สนใจข้อมูลตลาดโดยตรงของโซ่อุปทานและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่อัปเดต