จุดเด่นของการดำเนินงานขาเข้าในเขตการค้าเสรี: การใช้สิทธิประโยชน์จากนโยบายรัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

By Eshter Xu Photo:CANVA
1. ความเป็นมา: บริษัทต่างๆ เริ่มใช้เขตการค้าเสรีสำหรับการนำเข้ามากขึ้นเรื่อยๆเพราะอะไร?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การค้าโลกเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
การนำเข้าสินค้าไปยังประเทศจีนมักเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ต้นทุนที่สูงขึ้น และระยะเวลาที่ไม่แน่นอน
เพื่อรักษาประสิทธิภาพโดยไม่กระทบต่อการกฎระเบียบ บริษัทหลายแห่งจึงเริ่มหันมาใช้เขตการค้าเสรีของจีน (FTZs) เป็นทางออกเชิงกลยุทธ์
เขตการค้าเสรีไม่ใช่เพียงแค่ “พื้นที่ที่มีนโยบายพิเศษ” แต่เขตการค้าเสรี (FTZ) จะช่วยให้บริษัทต่างๆ มีรูปแบบโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่นขึ้น กระบวนการศุลกากรที่คล่องตัวขึ้น และระบบการค้าที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
สำหรับธุรกิจที่นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องจักร เครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร หรือสินค้ามูลค่าสูงอื่นๆ การดำเนินงานในเขตการค้าเสรีจะมีข้อดีหลายประการ เช่น:
สามารถนำสินค้าเข้าเขตได้ก่อนโดยไม่ต้องชำระภาษีทันที
อนุญาตให้มีการตรวจสอบ ทดสอบ คัดแยก ซ่อมแซม และติดฉลากใหม่ภายในเขต
ช่วยเรื่องอะไหล่สินค้าปลอดภาษีและทำให้บริการหลังการขายรวดเร็วยิ่งขึ้น
การผ่านพิธีการศุลกากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยง และลดระยะเวลารอคอย
โดยหลังจากนี้ เราจะแสดงให้เห็นถึงประโยชน์เหล่านี้โดยผ่านสถานการณ์การนำเข้าทั่วๆไป
2. ขั้นตอนการดำเนินงาน: การสาธิตขั้นตอนการนำเข้าในเขตการค้าเสรีจากต้นจนจบ
ก. การนำสินค้าเข้าสู่เขตการค้าเสรี ความยืดหยุ่นแบบ “เข้าไปก่อน เดี๋ยวจัดการทีหลัง”
เช่น ลูกค้าต้องการนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์มูลค่าสูงจากยุโรปเข้าสู่เหล่าโรงงานในจีนสนับสนุนบริการหลังการขายในโรงงานหลายแห่งในประเทศจีน
ภายใต้ขั้นการนำเข้าแบบเดิม กระบวนการมักจะเป็น:
สินค้ามาถึง → ทำการสำแดง → ทำการชำระภาษี → ทำการรับสินค้า
ภายใต้แบบจำลองเขตปลอดภาษี (FTZ) กระบวนการจะกลายเป็น:
สินค้ามาถึง → เข้าคลังสินค้าในเขตปลอดภาษี → สำแดงและผ่านพิธีการศุลกากรเฉพาะเมื่อจำเป็น
การเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก เช่น:
ลดแรงกดดันทางการเงิน (ไม่ต้องชำระภาษีล่วงหน้า)
เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน
สามารถจัดสรรชิ้นส่วนให้กับลูกค้าต่างๆ ได้ตามต้องการ
พัฒนาการบริการสำหรับการซ่อมแซมสินค้าอย่างเร่งด่วน
ข. การทำงานภายในเขต: ตรวจสอบ ทดสอบ ติดฉลาก และคัดแยกสินค้า
เมื่อสินค้าได้เข้าไปในคลังสินค้าของเขตปลอดภาษีแล้ว สินค้าสามารถผ่านกระบวนการโลจิสติกส์ต่างๆ เช่น:
ตรวจสอบลักษณะภายนอก
ทดสอบการทำงาน
ติดฉลากใหม่ (รวมถึงฉลาก CN)
บรรจุใหม่และประกอบชุดสินค้า
จัดเก็บชั่วคราวและจัดการสินค้าคงคลัง
การดำเนินการเหล่านี้ ถ้าทำภายนอกเขตอาจต้องผ่านกฎระเบียบเพิ่มเติม แต่ภายในเขตสามารถดำเนินการได้เพราะถือว่าเป็นไปตามข้อกำหนดและกฎระเบียบของเขตปลอดภาษี
ค. การออกจากเขตปลอดภาษีและการผ่านพิธีการศุลกากร: แจ้งเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น
เมื่อจำเป็นต้องจัดส่งอะไหล่ไปยังโรงงานต่างๆ ทั่วภาคตะวันออก ภาคกลาง หรือภาคใต้ของจีน ก็สามารถแจ้งเป็นล็อตตามความต้องการจริงได้
ก่อนหน้านี้ ลูกค้าจะส่งสินค้าไปต่างประเทศเพื่อซ่อมทุกครั้ง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูงและระยะเวลารอคอยนาน แต่เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการใช้เขตปลอดภาษี เช่น:
ทำให้การขนส่งระหว่างประเทศจะถูกรวมเป็นล็อตเดียว
ทำให้การกระจายสินค้าภายในประเทศจะดำเนินการภายในเขตปลอดภาษี
ทำให้การแจ้งศุลกากรสามารถเลือกทำเฉพาะในปริมาณที่ต้องการเท่านั้นได้
ทำให้เวลาในการจัดส่งลดลงจาก “10 วันขึ้นไป” เหลือ “2-3 วัน”
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าความเร็วและประสิทธิภาพด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
3. ข้อผิดพลาดที่พบได้ทั่วไปและกรณีของ NG
ก. ความเข้าใจผิดเรื่อง: “FTZ = ปลอดภาษี”
FTZ เพียงแค่ “เลื่อน” การชำระภาษีออกไป ไม่ได้ยกเว้นภาษี
มีเพียงกิจกรรมทางธุรกิจบางอย่าง (เช่น การซ่อมแซมในพื้นที่ทัณฑ์บน การจัดแสดงสินค้าในพื้นที่ทัณฑ์บน) เท่านั้นที่อาจได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี
ข. ไม่ได้ตรวจสอบว่าสินค้ามีสิทธิ์เข้า FTZ หรือเปล่า
สินค้าบางชนิดต้องมีใบอนุญาต เอกสารกักกัน หรือการอนุมัติล่วงหน้าจากหน่วยงานที่กำกับดูแล
ตัวอย่างเช่น ถ้าบรรจุภัณฑ์ไม้ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจทำให้สินค้าไม่สามารถเข้าเขตได้
ค. เอกสารและสินค้าจริงไม่ตรงกัน
ที่พบกันบ่อยๆ คือ:
รุ่น/ปริมาณไม่ตรงกัน
คำอธิบายสินค้าไม่ถูกต้อง
คำอธิบายสินค้าไม่ถูกต้อง
ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้ถูกตรวจสอบหรือทำให้การผ่านพิธีการศุลกากรล่าช้าเมื่ออยู่นอก FTZ
ง. คิดไปเองว่าว่า “จะทำอะไรก็ได้” ภายในเขตปลอดภาษี
แม้ว่าเขตปลอดภาษีจะผ่อนปรนให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่กิจกรรมต่างๆ เช่น การติดฉลากสินค้า ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีน
นอกจากนี้ขั้นตอนการทดสอบบางอย่างก็อาจต้องใช้สถานที่ที่กำหนดไว้นอกเขตด้วย
4. คำแนะนำ: 5 กลยุทธ์สำคัญที่ควรรู้ไว้ เพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดจากเขตปลอดภาษี
ก. ยืนยันคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดและด้านกฎระเบียบ ก่อนนำเข้า
ดูว่าสินค้ามีคุณสมบัติ สามารถจัดเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือไม่?
ต้องมีการรับรองหรือไม่ (3C, energy efficiency, CIQ ฯลฯ)?
ถ้าตรวจสอบไว้ล่วงหน้าก็ช่วยป้องกันการเกิดปัญหาคอขวดที่ทางเข้าเขตได้
ข. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทั้งหมดตรงกันก่อนทำการจัดส่ง
Commercial invoice, packing list, และ product specifications ต้องสอดคล้องกับสินค้าจริง
เอกสารมีข้อผิดพลาดถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ขนส่งล่าช้า ที่พบบ่อยที่สุด
ค. วางแผนจังหวะ “นำเข้า → จัดเก็บ → ส่งออก”
การสร้างคลังเก็บอะไหล่หรือระบบสินค้าคงคลังในคลังสินค้าทัณฑ์บนจะเพิ่มความสามารถในการตอบสนองและป้องกันการพึ่งพาการจัดส่งจากต่างประเทศ
ง. ใช้ประโยชน์จากฟังก์ชันต่างๆ ภายในเขตได้อย่างเต็มที่
การติดฉลาก ตรวจสอบสินค้า ทดสอบสินค้า แปรรูปเบื้องต้น และการบรรจุใหม่ภายในเขตการค้าเสรี สามารถลดภาระงานภายในประเทศและลดระยะเวลานำส่งสินค้าได้อย่างมาก
จ. แผนชำระภาษีต้องสอดคล้องกับแผนทางการเงิน
สำแดงสินค้าเป็นชุดๆจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถกระจายการชำระภาษีออกไปได้ เพิ่มความคล่องตัวของกระแสเงินสดและความยืดหยุ่นทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น
ขอขอบคุณหากคุณสามารถแบ่งปันบล็อก TGL ในหมู่เพื่อนของคุณที่สนใจข้อมูลตลาดโดยตรงของโซ่อุปทานและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่อัปเดต